ข่าวเด่น

การเยือนประเทศไทยของนาย เจมส์ บี โบลเจอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์

          ระหว่างวันที่ ๒๗ – ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ นายเจมส์ บี โบลเจอร์ อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ เดินทางเยือนประเทศไทย เพื่อร่วมการเฉลิมฉลองครบรอบ ๒๐ ปี ของสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง (Mekong Institute) และร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ ๖๐ ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย – นิวซีแลนด์

         สืบเนื่องจากการเยือนไทยของนายโบลเจอร์ เมื่อปี ๒๕๓๗ ซึ่งได้ริเริ่มก่อตั้งสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง โดยเป็นองค์กรที่สำคัญด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สำหรับบุคลากรจากไทยและประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ดังนั้น ในโอกาสเยือนไทยครั้งนี้ นายโบลเจอร์ จึงได้ให้เกียรติบรรยายในหัวข้อ “Sharing Responsibility for Common Prosperity” ในงาน Mekong Forum 2016 จัดโดยสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๙ ณ จังหวัดขอนแก่น ตลอดจนพบปะหารือกับผู้นำท้องถิ่นของจังหวัดขอนแก่นด้วย

         ต่อมา เมื่อวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๕๙ นายวีระศักดิ์ ฟูกระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวันเพื่อเป็นเกียรติแก่นายโบลเจอร์ ที่ห้องสัตตบงกช และนายโบลเจอร์ได้บรรยายพิเศษในหัวข้อ “New Zealand, Thailand, and Asia in the Changing Regional Landscape ที่กระทรวงการต่างประเทศ โดยมีผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธานกล่าวเปิดงาน และมีผู้ร่วมบรรยายได้แก่ รศ. ดร.ปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสมยศ ตั้งมีลาภ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และให้ความรู้ความเข้าใจในเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์ รวมทั้งบทบาทของทั้งสองประเทศในระดับภูมิภาค และผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชีย ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ ผู้แทนจากภครัฐและเอกชน ภาควิชาการ รวมทั้งผู้แทนจากองค์กรระหว่างประเทศประจำประเทศ ประมาณ ๘๐ คน

          นอกจากนี้ เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๙ นายโบลเจอร์ได้เข้าพบหารือกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ อีกด้วย

          อนึ่ง นายเจมส์ บี โบลเจอร์ (ซึ่งชาวนิวซีแลนด์มักเรียกชื่อไม่เป็นทางการว่านายจิม) เป็นนักการเมืองและนักการทูตที่มีประสบการณ์สูง เคยเป็นสมาชิกผู้แทนราษฎรของนิวซีแลนด์ ๙ สมัย จนได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคแห่งชาติ (National Party) นำพรรคชนะการเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์คนที่ ๓๕ เป็นเวลา
๗ ปี (ระหว่างปี ค.ศ. ๑๙๙๐ – ๑๙๙๗) และเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำสหรัฐอเมริกา