ข่าวเด่น

นายกรัฐมนตรีเยือนบรูไนดารุสซาลามอย่างเป็นทางการ

เมื่อวันที่ ๒๕ – ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและภริยาได้เดินทางเยือนบรูไนดารุสซาลามอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของสมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ แห่งบรูไนฯ พร้อมด้วย พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและภริยา นายปีติพงศ์  พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

การเยือนบรูไนฯ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสานต่อผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับสมเด็จพระราชาธิบดีของนายกรัฐมนตรีระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน - สาธารณรัฐเกาหลี สมัยพิเศษ ณ นครปูซาน เมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๕๗ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการเกษตรและประมง การค้าการลงทุนให้มีผลเป็นรูปธรรม

ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้เข้าเฝ้าฯ และมีการหารือทวิภาคีกับสมเด็จพระราชาธิบดีฯ โดยทั้งสองฝ่ายยินดีที่สถานะความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศดีเยี่ยม และเห็นพ้องให้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ ในการนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีฯ ทรงตอบรับคำกราบบังคมทูลเชิญของนายกรัฐมนตรีในการเสด็จพระราชดำเนินเยือนไทยอย่างเป็นทางการ

นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลเกี่ยวกับพัฒนาการในการดำเนินตามโรดแม๊ปของรัฐบาล

นอกจากนี้ ได้ชื่นชมนโยบายปฏิรูปการศึกษาด้านวิชาชีพตามวิสัยทัศน์แห่งชาติ Wawasan ๒๐๓๕ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ประเทศไทยปี ๒๕๕๘ - ๒๕๖๓ และยินดีที่ไทยกับบรูไนฯ มีความร่วมมือด้านการศึกษาที่ใกล้ชิดภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการศึกษา

ในด้านความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหารและประมง ไทยและบรูไนฯ ได้มีการลงนามร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการเกษตรไทย – บรูไนฯ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการเรียนรู้ซึ่งกันและกันในด้านการเกษตรและเห็นพ้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจที่มีอยู่ระหว่างกัน นอกจากนี้ ฝ่ายไทยแจ้งความสนใจที่จะลงทุนร่วมในเขตประมงของบรูไนฯ ที่เปิดให้ต่างชาติเข้าไปทำประมง โดยขอให้บรูไนฯ พิจารณาให้ความสำคัญลำดับต้นกับภาคเอกชนไทย

นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณบรูไนฯ ที่นิยมบริโภคข้าวไทยและนำเข้าข้าวจากไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีฯ ตรัสว่ากว่าร้อยละ ๙๐ ของการนำเข้าข้าวเป็นข้าวไทยและพร้อมขยายการนำเข้าข้าวจากไทยต่อไป

ด้านสินค้าฮาลาล นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีกับบรูไนฯ ที่มีมาตรฐานตราสินค้าฮาลาล เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และโดยที่ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล จึงเห็นว่าทั้งสองประเทศสามารถเกื้อกูลและร่วมมือกันด้านอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลเพื่อการส่งออก และสนับสนุนการสานต่อความร่วมมือทางวิชาการระหว่างศูนย์ Bio Innovation Corridor (BIC) และศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์ด้านการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีฮาลาล ในการนี้ นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนบรูไนฯ ร่วมลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นศูนย์ผลิตอาหารฮาลาลของไทย และสนับสนุนให้ภาคเอกชนไทยเข้าร่วมการประชุม“Brunei Bio-Tech and Food Conference 2015” ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ บันดาร์เสรีเบกาวัน

ด้านพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมมือด้านพลังงานทดแทนโดยเฉพาะการค้นคว้าวิจัยผ่าน Brunei National Energy Research Institute และนายกรัฐมนตรีแสดงความสนใจที่จะซื้อก๊าซธรรมชาติเหลวและถ่านลิกไนต์ของบรูไนด้วย

ด้านความร่วมมือด้านการทหารก็มีการแลกเปลี่ยนการเยือนและการฝึกศึกษาด้านการทหาร และทั้งสองฝ่ายให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมหลักสูตรด้านการทหารระหว่างกัน 

ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ นายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณที่บรูไนฯ สนับสนุนแนวทางของไทยในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในกรอบความร่วมมืออิสลามและขอบคุณที่บรูไนฯ ให้การสนับสนุนการสมัครเป็นสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ วาระปี ๒๐๑๗ – ๒๐๑๘

ในช่วงค่ำของวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘ สมเด็จพระราชาธิบดีได้พระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรีและคณะผู้แทนไทย โดยสมเด็จพระราชาธิบดีได้ถวายพระพรชัยมงคลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง